Queenmaker ฉันจะปั้นราชินี

รีวิวหนัง queenmaker ฉันจะปั้นราชินี

ค่าความนิยมของหนังเรื่อง queenmaker ฉันจะปั้นราชินี เห็นชัดว่าการเมืองถูกแทนด้วย “อำนาจที่มาพร้อมการควบคุมความจริง” ไม่ว่าจะเป็นเบื้องหลังการสร้างภาพลักษณ์ การปกป้องผลประโยชน์ หรือการใช้สื่อเพื่อชี้นำสังคม หนังสะท้อนให้เห็นว่าความจริงในสังคมสมัยใหม่ถูกจัดวางได้ตามผู้ที่มีอำนาจ มากกว่าเป็นความจริงบริสุทธิ์ที่ประชาชนควรได้รับ

เรื่องย่อฉบับรีวิวหนัง เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน

queenmaker ฉันจะปั้นราชินี ฮวังโดฮีคือชื่อที่ถูกกล่าวถึงในวงการอุตสาหกรรมของเกาหลีใต้ด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเคารพและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน เธอเป็นหญิงที่ก้าวขึ้นมาจากครอบครัวธรรมดา ไม่มีต้นทุนชีวิต ไม่มีเส้นสาย แต่มีพรสวรรค์ด้านการอ่านสถานการณ์และควบคุมภาพลักษณ์คนอื่นราวกับถือพู่กันแห่งโชคชะตาไว้ในมือ เธอทำงานเป็นหัวหน้าฝ่ายวางกลยุทธ์ให้กับอึนซองกรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจขนาดยักษ์ที่ทรงอิทธิพลจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งประเทศได้เหมือนขยับนิ้วของใครสักคนบนบัลลังก์เบื้องหลังฉากการเมืองและสังคม เป็นองค์กรที่ร่ำรวยและทรงอำนาจเสียจนคนในตระกูลอึนซองเติบโตมาโดยคิดว่าตนเหนือคนทั้งประเทศ และเมื่อใดที่คนพวกนั้นสร้างปัญหา หน้าที่กวาดล้างทุกซากความเสียหายนั้นก็ตกอยู่ที่ฮวังโดฮีหญิงผู้รู้ทุกมุมของโลกโสมมในตระกูลนี้

ชีวิตของโดฮีไม่เคยมีคำว่าพลาด ทุกข่าวฉาวถูกกลบ ทุกความผิดถูกบิด ทุกรอยแผลถูกลบให้หายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น เธอรู้ดีว่าความสำเร็จของตระกูลนี้ยืนอยู่บนซากความจริงที่ถูกทำให้เงียบ และเธอคือเครื่องจักรสำคัญที่ทำให้ทุกอย่างยังคงหมุนไปตามต้องการ ทว่าในความเฉียบคมและความแกร่งที่ภายนอกดูเหมือนเกราะเงินเปล่งประกายนั้น ความเหนื่อยล้าก็เกาะกินใจเธอทีละน้อย เธอไม่ได้หลงรักงานนี้ แต่เธอเชี่ยวชาญเกินกว่าจะหลุดออกมา เธอไม่ได้ภักดีต่อคนในตระกูลอึนซอง แต่เธอรู้ดีว่าการอยู่ใต้เงาของพวกเขาคือหนทางที่มั่นคงที่สุดในสังคมที่คนธรรมดาแทบไม่มีโอกาสได้ลืมหัวขึ้นมาหายใจทว่าอาณาจักรใด ที่สูงสุด ก็พร้อมจะทรยศได้รุนแรงที่สุด

วันที่ความศรัทธาที่เธอมีต่อผู้นำแห่งอึนซองถูกกระชากออกอย่างโหดร้าย เป็นวันที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเธอแบบไม่อาจย้อนกลับ คนที่เธอเคยเทิดทูน คนที่เธอทำงานให้ด้วยความภักดี คนที่เธอปกป้องจนเลือดแทบกลายเป็นของเขากลับตัดสินใจสละเธอเหมือนทิ้งสิ่งของชิ้นหนึ่งที่หมดประโยชน์ เหตุดังกล่าวเหมือนประกาศอย่างชัดเจนว่าในโลกของผู้ทรงอำนาจ ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงคนที่ถูกใช้ และคนที่ถูกสละ เมื่อนั้นโลกที่เธอเคยคิดว่าควบคุมได้กลับพังทลายลงตรงหน้า เธอตกจากสวรรค์ที่เธอสร้างด้วยมือตัวเองเพียงชั่วพริบตา และถูกเหยียบซ้ำด้วยการใส่ร้ายป้ายสีทุกวิถีทางที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นแพะรับบาปของเรื่องอื้อฉาวที่เธอไม่ได้ก่อ

ขณะที่โดฮีกำลังดิ่งลงสู่หลุมความมืดที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหน ฟ้ากลับโยนความบังเอิญแปลกประหลาดให้เธออีกครั้ง ด้วยการให้เธอได้พบกับโอกยองซุก ทนายหญิงผู้มีหัวใจยุติธรรมเป็นเหมือนธาตุแท้ในจิตวิญญาณ โอกยองซุกคือมนุษย์อีกประเภทที่แตกต่างจากโดฮีแทบทุกกระเบียด เธออุทิศตัวเพื่อสิทธิมนุษยชน ดูแลคดีคนตัวเล็กตัวน้อย วิ่งช่วยชีวิตคนงานที่ถูกเอาเปรียบ ทำงานในพื้นที่ที่ระบบทุนนิยมเลือกจะไม่มองเห็น ผู้หญิงคนนี้คือพลังบริสุทธิ์ที่พยายามยื้อโลกให้ไม่หม่นไปกว่าเดิม เธอเป็นทั้งแม่ เป็นทั้งภรรยา และเป็นผู้นำการเคลื่อนไหวที่ไม่ยอมให้ความอยุติธรรมกลืนกินผู้คนอย่างเงียบงัน โลกของโอกยองซุกคือโลกที่เชื่อในความถูกต้อง ขณะที่โลกของโดฮีคือความจริงที่ไม่มีความถูกต้องใดดำรงอยู่ได้โดยปราศจากอำนาจ

เมื่อเส้นทางของผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของโลกมาบรรจบกัน ความรู้สึกแรกไม่ได้เรียกว่ามิตรภาพ แต่เป็นการประเมิน ความระแวดระวัง และความไม่ไว้ใจ โดฮีมองยองซุกเป็นนักอุดมคติที่ไร้ทักษะอยู่ในโลกจริง ขณะที่ยองซุกมองโดฮีเป็นสัญลักษณ์ของระบบทุนนิยมเหลวแหลก แต่เมื่อทั้งคู่พบว่าศัตรูร่วมกันของพวกเธอคืออึนซองกรุ๊ป องค์กรที่เหยียบย่ำทั้งชีวิตโดฮีและชีวิตประชาชนมากมาย เส้นบาง ๆ ระหว่างความแตกต่างก็ถูกเชื่อมด้วยความจำเป็น

โดฮีเสนอสิ่งที่ไม่มีนักเคลื่อนไหวคนไหนมี นั่นคือความรู้ของ “โลกหลังฉาก” เธอรู้จักทุกจุดอ่อนของอึนซองกรุ๊ป รู้ว่าใครมีอิทธิพลต่อสื่อไหน รู้ว่างบประมาณลับถูกส่งผ่านใคร รู้ว่าความลับอะไรที่เก็บไว้ในตู้เซฟของบรรดาทายาทแต่ละคน เธอรู้จักวิธีดันคนขึ้นสู่ตำแหน่งและวิธีทำลายชื่อเสียงของใครสักคนในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และเธอจะใช้ทั้งหมดนั้นเพื่อพาโอกยองซุกขึ้นชิงตำแหน่งผู้ว่ากรุงโซล ในทางกลับกันยองซุกเสนอสิ่งที่โดฮีไม่เคยมี นั่นคือความจริงใจ ความเชื่อในคุณค่าของมนุษย์ และหลักการที่มั่นคงจนต่อรองไม่ได้ เธอไม่ได้ต้องการอำนาจเพื่อครอบงำใคร แต่ต้องการสร้างโลกที่คนธรรมดามีโอกาสลุกขึ้นมาพูด เธอไม่เคยคิดว่าเส้นชัยคือเก้าอี้ผู้ว่า แต่คิดว่าเส้นชัยคือการทำให้เสียงของประชาชนไม่ถูกอึนซองกรุ๊ปซื้อไปอีก

การเดินหน้าบนเส้นทางเดียวกันนำไปสู่การปะทะของอุดมการณ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทุกครั้งที่ทั้งคู่ขัดแย้งกัน เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมกลับตอกย้ำว่าทั้งคู่ต่างมีสิ่งที่อีกคนขาด โดฮีเรียนรู้ว่าความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันอย่างที่เธอคิด และยองซุกเรียนรู้ว่าอุดมการณ์เพียงอย่างเดียวไม่อาจชนะกลไกอำนาจที่กว้างใหญ่ได้ หากไม่รู้จักกลยุทธ์แบบที่โดฮีเชี่ยวชาญ เมื่อเข้าสู่ศึกเลือกตั้งจริง การต่อสู้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันทางนโยบาย แต่เป็นการเปิดโปงกระบวนการอำนาจแบบเบื้องหลังที่ทำให้ประชาชนตาสว่างว่าโลกใบนี้ถูกควบคุมอย่างไร โดฮีใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีโจมตีจุดอ่อนของตระกูลอึนซอง ทั้งเรื่องเงินกองทุนที่ไม่โปร่งใส การเอาเปรียบแรงงาน การซื้อสื่อ และการใช้ตำแหน่งในการล้มคู่แข่งทางธุรกิจ ในขณะที่ยองซุกทำให้การรณรงค์มีหัวใจ เธอลงพื้นที่มากกว่าผู้สมัครคนไหน รับฟังเสียงของแรงงานและคนไร้บ้าน ช่วยต่อสู้คดีเล็ก ๆ ที่ไม่มีนักการเมืองคนใดสนใจ เพื่อยืนยันว่าความตั้งใจของเธอไม่ได้เป็นเพียงภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้น

อึนซองกรุ๊ปเห็นอันตรายที่กำลังก่อตัวในตัวผู้หญิงทั้งสอง จึงเริ่มโต้กลับอย่างหนัก ใช้ทั้งเงิน สื่อ และอำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง พวกเขาสร้างข่าวลือใส่ร้าย ยุยงให้เกิดความแตกแยก จัดฉากเหตุการณ์ที่ดูเหมือนยองซุกมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม และใช้คนใกล้ตัวโดฮีเป็นเหยื่อล่อเพื่อทำให้เธอเสียสมาธิ แต่ยิ่งอุปสรรคหนักเท่าไร พันธมิตรของทั้งสองกลับแข็งแรงขึ้นอย่างประหลาด เพราะความโหดเหี้ยมของอึนซองยิ่งตอกย้ำว่าพวกเธอจำเป็นต้องลุกขึ้นต่อสู้ให้ถึงที่สุด การต่อสู้ปะทุถึงจุดสูงสุดเมื่อความลับดำมืดที่สุดของอึนซองกรุ๊ปถูกเปิดเผยต่อสาธารณชน ทั้งคดีปกปิดอุบัติเหตุแรงงาน การใช้อิทธิพลต่อเจ้าหน้าที่รัฐ และการฟอกเงินผ่านบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาหลอก ๆ โดฮีรู้ดีว่านี่คือจุดที่อาณาจักรจะเริ่มพัง เพราะเธอรู้ว่าองค์กรใด ๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดมักมีจุดที่รับแรงกระแทกไม่ได้เมื่อความจริงถูกฉายลงไปตรง ๆ

ในคืนก่อนวันเลือกตั้ง ทั้งโอกยองซุกและฮวังโดฮีตระหนักว่าการเดินทางของพวกเธอไม่ได้เป็นเพียงการแก้แค้นหรือการชิงตำแหน่ง แต่มันคือการท้าทายระบบที่กดทับประเทศนี้มานาน ทั้งสองมองเห็นกันอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่เพียงผู้ร่วมงาน แต่เป็นผู้หญิงสองคนที่ต่อต้านโชคชะตาที่สังคมกำหนดให้ ทั้งสองต่างเป็นคนธรรมดาที่ลุกขึ้นยืนต่อต้านยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าแตะ

สรุปรีวิวหนัง queenmaker ฉันจะปั้นราชินี

queenmaker ฉันจะปั้นราชินี เรื่องราวของหญิงสองคนที่เริ่มต้นจากการยืนอยู่คนละฟากฝั่งของอุดมการณ์ แต่ถูกโชคชะตาโยนเข้าสู่แรงดึงดูดเดียวกันเพราะพวกเธอต่างเป็นเหยื่อของโครงสร้างเดียวกัน ฮวังโดฮีคือสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่ถูกระบบหล่อหลอมให้แข็งกระด้างจนลืมตัวเอง โอกยองซุกคือเสียงของความยุติธรรมที่ไม่เคยหยุดแม้ถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่อทั้งสองรวมพลังกัน การต่อสู้จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนผู้ว่าคนใหม่ แต่คือการสั่นคลอนบัลลังก์ของอำนาจที่กดทับสังคมมานาน